พอดีว่าเมื่อคืนมีพี่คนหนึ่งอยากให้ช่วยแนะนำนิยายเรื่องที่กำลังเขียนอยู่ แต่ด้วยความที่ปกติจิ้งเขียนแต่นิยายรัก เลยไม่รู้จะแนะนำอะไร ก็เลยดูให้แค่การจัดต้นฉบับพื้นฐาน ก็เลยถือโอกาสเอามาเขียนเป็นเอนทรีกันบล็อคร้างเสียงเลย

 

นับๆ แล้วตั้งแต่เขียนนิยายมาจิ้งก็เขียนไปประมาณสิบกว่าเรื่อง(ที่จบ) ก็พอจะได้ประสบการณ์ในการเขียนต้นฉบับให้อยู่ในระดับมารฐานได้บ้าง ซึ่งเรื่องที่จะกล่าวนี้บางอย่างมันสามารถผลิกแพลงกันได้นะคับ ก็ลองเอาไปปรับปรุงใช้กันดูสำหรับคนที่อยากทำให้ต้นฉบับออกมาสวยๆ ดูดีมีระเบียบในสายตา บก.เด้อ

 

1. ตัวหนังสือที่ใช้ในการเขียน

จิ้งใช้ตัวหนังสือ Cordia จะเป็นNew หรือUPC ก็ไม่ว่ากัน ขนาดตัวหนังสือคือ 14 ย่อหน้า 1.5 ซม. สาเหตุที่จิ้งเลือกใช้ตัวหนังสือ Cordia เพราะว่ามันเป็นตัวหนังสือมาตรฐานISOสำหรับการตีพิมพ์หนังสืออะคับ คือเปิดหนังสือที่พิมพ์เล่มไหน 90% จะใช้ตัวหนังสือตัวนี้เป็นหลัก เพราะงั้นก็เลยเลือกใช้เผือที่ว่าเมื่อเข้าสู่กระบวนการทำหนังสือ มันจะทำให้ทุ่นเวลาในการจัดหนังสือไปได้ และตัวหนังสือจะก็ออกมาอ่านง่ายสบายตาด้วย (เพราะคนอ่านคุ้นกับตัวหนังสือตัวนี้อยู่แล้ว) ส่วนตัวหนังสือ 14 ก็ถือเป็นตัวหนังสือมารฐานของหนังสือเกือบทุกเล่มอีกเช่นกัน ย่อหน้า 1.5 cm อันนี้จิ้งเอามาจากประสบการณ์ในการจัดหน้าหนังสือเอง (จิ้งจะมีผลงานที่ตีพิมพ์เองด้วย) ก็เลยอ้างอิงการย่อหน้าตรงนี้มาจากการจัดหน้าหนังสือเพื่อรอตีพิมพ์นั่นเอง แต่ใครจะเพิ่มสัก 2cmก็ไม่ว่ากัน

2. การขึ้นฉากใหม่/ ช่องไฟ

การขึ้นฉากใหม่ ขอแนะนำว่า ไม่ควรใช้จุดไข่ปลาหรือเครื่องหมายใดๆ ก็ตามนะคับ ควรจะเคาะเอ็นเทอร์1-2ครั้งก็พอเมื่อต้องการขึ้นฉากใหม่ หรือพูดก็คือต้นฉบับของเราไม่ควรที่จะมีเครื่องหมายพิเศษใดๆ เข้ามาตกแต่ง เพราะเมื่อเราส่งต้นฉบับ ในการจัดอาร์ตข้างในเมื่อมันจะถูกนำไปทำเป็นหนังสือ มันจะได้รับการตกแต่งใหม่อยู่แล้ว อีกทั้งการมีสัญลักษณ์พิเศษมาคั่น ทำให้ต้นฉบับเราดูรก ไม่สวยนะคับ ส่วนในการเว้นช่องไฟให้เคาะสเปจบาร์หนึ่งครั้งพอ บางคนสงสัยว่าขอเบิ้ลสองได้ไหม สำหรับจิ้งเท่าที่สังเกตมาจากการพิมพ์หนังสือ จิ้งคิดว่าสองครั้งพอจัดต้นฉบับแล้วมันห่างกันเกินไป ดูเหมือนเขาวงกตไม่สวยเลยคับ จิ้งเลยคิดว่าหนึ่งครั้งนี่กำลังพอดีแล้ว ยกเว้นว่าเราจะทำหนังสือที่มีตัวหนังสือใหญ่กว่าปกติ เช่น หนังสือนิยายเด็กที่มีภาพประกอบ หรือหนังสือที่ใช้ตัวหนังสือในการตีพิมพ์ 16-18 ขึ้นไป อันนี้เคาะสองครั้งกำลังดีคับ

3. อย่าไทยคำอังกฤษคำ

สำหรับจิ้ง จิ้งว่าเรื่องนี้สำคัญนะสำหรับคนที่ชอบเขียนภาษาอังกฤษปนลงไปในต้นฉบับโดยเฉพาะภาษาอังกฤษที่เป็นชื่อเฉพาะ จิ้งอยากให้คำนึงว่า ไม่ใช่คนอ่านทุกคนที่จะอ่านออก และสามารถอ่านได้ถูกต้อง อย่าคิดว่าเราอ่านออก อย่าคิดว่าคำศัพท์ง่ายๆ คนอื่นก็ต้องอ่านได้เหมือนกัน พวกชื่อเฉพาะบางทีมันอ่านออกเสียงได้หลายแบบ ถ้าคนอ่านอ่านไม่ถูกตั้งแต่แรกเขาก็จะอ่านผิดแบบนั้นไปจบเรื่อง หรือถ้าบางคนสะกดไม่ออกเขาก็จะไม่รู้เลยว่าตกลงชื่อนั้นมันเรียกว่าอะไร กระทั่งจบเรื่องบางทีอาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตกลงชื่อพระนางมันชื่ออะไรกันแน่

การใช้ภาษาไทยถ่ายทอดมันทำให้คนจำง่ายเข้าใจง่าย เรียกได้ถูกต้องและไม่ปวดหัวไปกับศัพท์พวกนั้นด้วย ก็เหมือนคนที่พูดไทยคำอังกฤษคำนั่นแหละครับ บางทีพูดจบเรายังไม่รู้เลยว่าตกลงเขากำลังต้องการสื่ออะไรจริงไหม ใครที่คิดว่าคำภาษาอังกฤษบางคำสื่อความหมายครอบคลุมได้มากกว่าภาษาไทย อันนี้เรายิ่งต้องหัดใช้ภาษาไทยให้มากขึ้นนะคับ เพื่อที่จะสามารถถ่ายทอดภาษาของเราออกมาเป็นอธิบายความรู้สึกนั้นๆ ได้ โดยไม่พึ่งภาษามากเกินไป

 แต่สำหรับภาษาอังกฤษบางคำที่เป็นทับศัพท์ ก็คงต้องย้อนกลับมาดูว่านิยายที่เราเขียนมันเหมาะที่จะใช้ทับศัพท์ตัวนั้นหรือเปล่า

4. คำอธิบาย

อันนี้จิ้งเห็นในนิยายที่มักจะมีข้อมูลเสริม ซึ่งจะเห็นออกมาในลักษณ์ตัวเลขเล็กๆ ที่ห้อยอยู่เหนือชื่อเฉพาะหรือคำที่เราต้องการอธิบายความหมาย จากนั้นพอเลือนลงมาข้างล่างก็จะเห็นคำอธิบายว่ามันคืออะไร วิธีนี้จิ้งว่ามันมีส่วนดีตรงที่ต้นฉบับของเราดูเป็นระเบียบ แล้วก็ไม่ขัดจังหวะการอ่านของคนอ่านด้วย บางคนพอต้องการอธิบายเลือกที่จะใส่วงเล็บแทรกลงไปในเนื้อหานิยายเลย เช่น  สตีเฟ่น ฮอว์คิง (Stephen Hawking ศาสตราจารย์ด้านฟิสิกส์และคณิตศาสตร์ประตำมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์) คิดดูกว่าถ้าเราอ่านนิยายอยู่ดีๆ แล้วเจอวงเล็บแบบนี้โผล่มาแทรกทั้งเรื่องมันจะทำให้เสียอถรรสในการอ่านแค่ไหน เหมือนดูหนังอยู่ดีๆ ใครไม่รู้โผล่พรวดมาบรรยายเป็นพักๆ เพราะฉะนั้นแล้ว ลองทำตาวิธีที่จิ้งแนะนำดูนะคับ

แต่ถึงกระนั้นถ้าเป็นไปได้อย่าให้มีคำอธิบายแทรกมากเกินความจำเป็นก็ดีนะคับ จิ้งเคยอ่านนิยายเรื่องหนึ่งที่มีแทรกคำอธิบายอยู่ตลอดจนบางทีเนื้อหาคำอธิบายในหน้านั้นๆ มีมากกว่าเนื้อหานิยายซะอีก ตัวอย่างเช่น เทพเจ้าA ต้องการทำสงครามกับเทพเจ้าB เทพเจ้า C จึงส่งกองทัพมาตีเมือง D โดยรวมเอาเผ่าพันธุ์ EFเข้าด้วยกัน จากนั้นเราก็ต้องไปอ่านข้างล่างว่าไอ้ AถึงF นี่มันคืออะไร เป็นใคร อ่านแล้วชวนปวดไตมากเลยคับ คือถ้ามันไม่จำเป็นจริงๆ หรือเราสามารถอธิบายลงไปในเนื้อเรื่องได้น่าจะดีกว่านะครับ แล้วบางอย่างถ้าไม่จำเป็นหรือไม่มีคำอธิบายก็ไม่เป็นไร ก็อย่าพยายามยัดมาดีกว่าเน้อ

5. เอ็ฟเฟ็ก

ตู้มมมมม บึ้มมมมม พ่างงงง คว้างงงงงง ฟูบบบบบบบ วิ้งงงงงงง ชิ้งงงงงงง

ถ้าไม่จำเป็นถึงขั้นคอขาดบาดตายอย่าใส่ คำนึงไว้เสมอว่านี่คือนิยายที่เราต้องใช้ตัวหนังสือสือสารให้คนเห็นภาพ ไม่ใช่หนังสือการ์ตูนที่จะเอาความเคยชินในเอ็ฟเฟ็กเหล่านี้มาใส่ แล้วถือว่าเข้าใจกัน จิ้งไม่ได้บอกว่าใส่ไม่ได้เด็ดขาด เพราะมันมีบางจังหวะที่ใส่ได้ เช่น เสียงปืน ปั้ง ปั้ง เสียงกระพรวน กุ๋งกิ่ง เสียงแก้วกระจกตกพื้นแตกดัง เพล้ง อันนี้มันก็ช่วยเสริมให้คนเห็นภาพมากขึ้น แต่อย่างใส่กระหน่ำจนเอามาต่อกันเป็นเรื่องเป็นราว เพราะมันจะทำให้เราติดนิสัย พอหาทางออกไม่ได้ก็ใส่เอ็ฟเฟ็คอย่างเดียว ซึ่งจะเป็นภัยในการพัฒนาการบรรยายของเรานะคับ 

6. ลากเสียง/ จุดไข่ปลา

คิดว่าในนิยายหลายเรื่องจะมีการลากเสียงอยู่ด้วย อย่าง เช่น ม่ายยยยยยยยย อย่าาาาาาา ไม่จริง!!!!!!!!!!!! ม่ายน๊ะ!!!!!!!

อันนี้จิ้งอยากนะนำว่า จริงๆ แล้วมันไม่ใช่การเขียนที่ถูกต้องเท่าไหร่นะคับ ถ้าถามว่าลากได้ไหม ลากได้คับ แต่ให้มันพองามก็แล้วกันเนอะ อย่างม่ายยยยยยยย ก็แค่ ม่ายยย แค่นี้พอ ไม่จริง!!!!!! ก็แค่ ไม่จริง! หรือ ไม่จริง!! แค่นี้พอแล้ว โดยเฉพาะเครื่องหมาย ( ! ) ไม่ควรใช้เกิน 2 หรือสูงสุด3 นะคับ เช่นเดียวกับเครื่องหมายจุดไข่ปลา (...) แค่สามก็พอนะคับ อย่าไปลากเกินงาม แค่3 จุดเราก็ดูดีแล้วคับ

7. การแทรกความคิดเราลงไปในเรื่องด้วย

 ตัวอย่างเช่น และแล้วสมหญิงกับสมชายก็ได้ใช้ชีวิตด้วยกันอย่างมีความสุข (เฮ่อ ในที่สุดแกสองคนก็มีความสุขกันสักที เย้ๆ) หรือ สมชายหึงห่วงจนหน้ามืดคว้าตัวสมศักดิ์เข้ามาจูบ (กรี๊ดๆๆๆ อ๊ายยย ทำอะไรกันนะ)

เอ่อ สำหรับจิ้ง จิ้งว่าดูปั่นทอนปัญญายังไงไม่รู้คับ เปิดโอกาสให้คนอ่านเขาคิดเองดีกว่านะ

8. อีโมติค่อน

อันนี้มันก็พูดยากนะ เพราะสนพ. หลายแห่งก็ยังเปิดให้นิยายที่มีอีโมตีพิมพ์ได้ แต่จิ้งว่ามันไม่ควรใส่อะคับ อย่างที่บอกการเขียนนิยายคือการสื่อให้คนอ่านเห็นภาพผ่านตัวหนังสือ ผ่านภาษาที่คัดกรองแล้ว ไม่ใช่วาดรูปให้เขาเห็นภาพ ดังนั้นถ้าจะเขียนนิยายถ้าไม่จำเป็นอย่าไปใส่เลยคับ หรือถ้าจำเป็นก็ยังไม่ควรใส่อยู่ดี ยกเว้นว่าต้องการจะเขียนนิยายที่สามารถใส่อีโมได้จริงๆ ค่อยใส่ก็แล้วกัน นึกภาพนะ

"โกโบริ อย่าตายนะ" (TT^TT) อังสุมารินกอดร่างชายคนรักไว้แน่น

"อย่าร้องไห้สิฮิเดโกะ คุณต้องเข็มแข็งไว้" (^_^lll)

"ไม่นะ อย่าพูด เลือดคุณไหลไม่หยุดเลย"  (>0<)

"ผมรักคุณฮิเดโกะ ผมจะไปรอที่ทางช้างเผือก" ( /- -)/

"ม่ายยยย!!!!!" \(TT[   ]TT)/

อู้ย โคตรเศร้าเลย

 

9. เพิ่มเติมจากข้อ 3 แล้วถ้าเป็นบทสทนาภาษาอังกฤษ หรือภาษาอื่นๆ ล่ะ

โดยรวมนะครับ จิ้งยังอยากยืนยันว่าควรจะเขียนเป็นภาษาไทย สมมุติว่าตัวละครของเราเป็นคนต่างชาติต้องพูดภาษาอังกฤษกับตัวละครอื่นตัวเพื่อดำเนินเรื่องราว จิ้งว่าใส่เป็นภาษาไทยไปเลยดีกว่า ตัวอย่างเช่น

เมื่อมิสเตอร์จอร์จหันมาสบตาสมชาย เขายิ้มพร้อมกับยกมือขั้นทักทายเป็นภาษาเวียดนามเร็วปรือ

"ว่าไงสมชายสบายดีเหรอ"

"แหม พูดภาษาอังกฤษเถอะผมฟังไม่เข้าใจ" สมชายตอบกลับไปเป็นภาษาอังกฤษ

ประมาณนี้ครับ

จิ้งไม่สนับสนุนให้ ให้เขียนประโยคเป็นภาษาอังกฤษแล้วค่อยมาวงเว็บแถมท้ายแปลเป็นภาษาไทยทีหลังนะ รู้สึกว่ามันเสียมารยาทกับคนอ่านยังไงไม่รู้ ไม่ว่าท่านจะเก่งภาษาอังกฤษหรือชินกับการใช้ภาษาอังกฤษมากกว่าภาษาไทยแค่ไหนก็ถือว่าไม่เหมาะ(ในสายตาจิ้ง)คับ ดังนั้นถ้าบทสทนาในเรื่องมีคนที่พูดภาษาอังกฤษแทรกอยู่ตลอดเรื่อง อยากขอให้เขียนเป็นภาษาไทยเถิด แต่ถ้ามีอังกฤษอยู่ไม่มาก ทั้งเรื่องสองสามประโยค มันยังพออนุโลมให้เขียนเป็นภาษาอังกฤษไปเลยได้ (แล้วค่อยมาเขียนคำอธิบายแปลให้ทีหลังเอา)

 

edit @ 25 Jun 2010 00:27:32 by แมลงตัวน้อยๆ

edit @ 28 Jun 2010 00:24:34 by แมลงตัวน้อยๆ

Comment

Comment:

Tweet

ขอบคุณมากเลยค่ะ
ได้ความรู้มาเต็มเลย
กำลังเขียนนิยายอยู่พอดีเลยค่ะ

#11 By AE (119.46.144.34|119.46.144.34) on 2015-08-13 16:46

confused smile angry smile angry smile angry smile surprised smile

#10 By (49.230.128.97|49.230.128.97) on 2015-04-17 15:10

ถ้าเขียนเรื่อ่งใหม่บอกด้วยย

#9 By (124.120.200.121|124.120.200.121) on 2014-05-03 16:20

หนูอยากอ่านนิยายมันbig smile big smile big smile big smile

#8 By (124.120.200.121|124.120.200.121) on 2014-05-03 16:18

ขอบคุณมากๆ ค่ะ
นี่ก็กำลังแต่งนิยายอยู่พอดี
จะได้เอาทริปดีๆ ไปปรับปรุงในนิยาย big smile

#7 By Barcode Minnie (223.27.214.149|223.27.214.149) on 2014-03-11 09:11

big smile ขอบคุณมากนะครับ

#6 By (171.98.247.138|171.98.247.138) on 2014-01-26 18:05

ชอบข้อที่ใส่อีกโมค่ะ ฮ่าๆๆๆๆๆๆ
รินว่าบางเรื่องใส่ได้ แต่บางเรื่องไม่ควรใส่จริงๆค่ะ กำลังอ่านฉากเศร้าๆเจออีโมเข้าไปเศร้าไม่ออกเลยค่ะ|||OTL
/ตอนแรกรินก็ใส่อีโมมันทุกฉากเลย ฮ่าๆๆๆๆ 

#5 By ki-chikirin on 2013-05-07 16:03

ได้ความรู้มากๆเลย เขียนมาแปดเรื่อง ยังไม่ได้ตีพิมพ์ซักเรื่องเลย อยู่ต่างประเทศด้วยทำไงดี ?
ส่งต้นฉบับให้ทางโรงพิมพ์ ก็ไม่เคยตอบเรากลับเลยซักครั้ง ไม่รู้เรื่องราวเป็นไง?
เอาวะ กลับไทยเมื่อไหร่ ออกตังค์ตีพิมพ์เองเลย เขียนเอง ขายเอง หาตลาดเอง และซื้ออ่านเองโล้ด ก๊าก!!tongue

#4 By น้อยใจ (103.7.57.18|88.194.199.144) on 2012-05-21 00:40

แล้วต้นฉบับนิยายมันใช่เรื่องย่อรึเปล่า

#3 By Dark of ... (118.172.195.244) on 2011-09-20 17:28

ขอบคุณมากเลยค่ะ ขอบคุณมากจริงๆ
เป็นความรู้มาก ชอบข้อแปดมากเลยค่ะ confused smile
แล้วจะเอาไปประยุกต์ใช้ค่ะ

#2 By Hell-13lossom (125.27.149.42) on 2011-04-26 09:48

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

ตัวอย่างข้อแปดเห็นภาพมากค่ะ
หมดกันภาพพจน์ที่อุตส่าห์สั่งสมมาตลอดทั้งเรื่อง
ไม่ชอบนิยายที่ใส่อิโมติค่อนค่ะ ต่อให้เรื่องสนุกแค่ไหนพอเห็นแล้วจะหมดอารมณ์ทันที มันเหมือนกำลังนั่งดูตัวละครสองตัวกำลังแชทคุยกันยังไงไม่รู้sad smile

#1 By พยายามพริ้ว on 2010-06-24 18:53