เมื่อวานกับวันนี้

posted on 07 Nov 2009 11:24 by jing

 

 

เมื่อหลายวันก่อนมีจดหมายซองสีน้ำตาลส่งมา จากหน้าผู้ส่งคือ 'กองทุนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา' คิดว่าหลายคนคงรู้จักดี

ผมกู้ยืมเงินกยศ.ครั้งแรกปี44 คับ และยืมต่อมาถึงปี 45 จำนวนเงินกู้ยืมสองปี รวมกันแล้วถือว่าไม่แยะเลยครับ เหตุผลเรอะ ไม่ใช่อะไรหรอกมันมีคนกู้ยืมแยะมาก เงินที่ได้เลยลดลง เบ็ดเสร็ดของผมสองปีรวมกันก็แค่ครึ่งแสนเอง แต่ของไอ้น้องชายที่ฟาดไปแสนต้นๆ คับ ทั้งๆ ที่กู้สองปีเหมือนกัน

 

ที่ทำให้ผมค่อยข้างประหลาดใจก็เพราะว่า ยืมมาตั้งแต่ปี 44 ปีนี้ก็ 52 แล้วชะปะ นับๆ แล้วก็ผ่านมา 8-9 ปีแล้ว พอจบไปสองปีหรือสองปีเราก็ต้องจ่ายเงินคืนใช่ไหมล่ะ แต่ตัวเองเข้าใจตอนนั้นคือเดี๋ยวมันคงมีจดหมายมาแจ้ก่อน ไม่ได้คิดว่าเราจะต้องเป็นคนเข้าไปติดต่อเขาเองไป ผ่านไป 5 ปีผมไม่ได้ติดต่อกับกยศ. เลยจนกระทั่งมีจดหมายมาบอกว่าผมผิดนัดการชำระเงิน ซึ่งหากพ้นปีนี้ไปยังไม่จ่ายก็อาจต้องขึ้นโรงขึ้นศาลกัน (จริงๆ ตูน่าจะดับตั้งแต่3ปีแรกแล้วนะ รอดมาได้ไงวะ) เอาเถอะคับ ถือว่ามันเป็นความโชคดีที่มันมาในจังหวะที่เราพอจะมีเงินอยู่บ้าง ถ้าทวงมาซักเมื่อ 3 ปีก่อนนี้คงกลุ้มเลยคับ

 

เมื่อวานผมก็เลยไปจ่ายเงินโดยผ่านเพื่อนท่านหนึ่ง ต้องขอบคุณ ณ ที่นี้ด้วยนะคับ ปกติแล้วผมจะเป็นคนไม่ชอบการเป็นหนี้ที่สุดในชีวิตเลยคับ แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ต้องมีเหตุจำเป็นต้องให้เป็นหนี้เป็นสินอยู่ดีแหละคับ ผมรู้สึกไม่ดีชอบเวลามีคนขับรถมาทวงเงินที่บ้าน หรือเวลาที่ต้องขับรถเอาเงินไปส่งให้คนที่เราไปกู้เขามาอะคับ หรือการซื้อของเงินผ่อน มันรู้สึกว่าเรามีอะไรก็ไม่รู้มายึดตัวเราไว้ แล้วมันทำให้ความสามารถการทำกิจกรรมอย่างอื่นลดลงด้วย ดังนั้นถ้ามีเงินตอนนั้น จ่ายตอนนั้นได้ จะจ่ายให้ทันที ยกเว้นว่าไม่มีจริงๆ หรือมีกรณีที่ยังมีอย่างอื่นที่สำคัญกว่าต้องใช้ก่อน ก็จะมานั่งลำดับว่าอะไรมันสำคัญกว่า ก็ใช้ไอ้นั่นให้มันจบๆ ก่อน

 

แต่ค่าใช้จ่ายที่สำคัญสำหรับผมมันดันเป็น การได้ซื้ออะไรดีๆ ให้คนในบ้านกิน ผมว่าผมใช้เงินกับพวกนี้มากทีเดียวเชียวล่ะ จนบางครั้งก็โดนแม่บ่นว่า ถ้าจะซื้อของกินแบบนี้ เอาเงินมาให้แม่ดีกว่า แม่กินอะไรก็ได้.... (ฟังแม่ผมพูดสิครับ) ปัญหาคือให้ไปแม่ก็ไม่กล้าซื้อของที่แม่ชอบกินหรอก เชื่อเหอะแม่ = =*

 

เมื่อก่อนผมก็มีความคิดแบบเดียวกับแม่นะ คือเรื่องกินนะไม่สำคัญหรอก กินอะไรก็อื่มเหมือนกัน จนช่วงหนึ่งที่อดยากมากๆ อะคับ อาหารหลัก มาม่าล้วก ของว่าง มาม่ากรอบ อยากกินอะไรก็ไม่ได้กิน เอาง่ายๆ แค่ผักกาดดองหรือปลากระป๋องยังไม่มีปัญญาซื้อกิน มันก็เลยเกิดความรู้สึกว่า เฮ้ย เรื่องกินมันสำคัญนะ ได้กินของอร่อย ได้นอนหลับสนิท (ไม่ใช่ตายนะ) ไม่มีหนี้สิน ชีวิตเรายังต้องการอะไรมากกว่านี้อีกวะ

 

ตั้งแต่นั้นมาถ้าผมมีเงินปุ๊บ สิ่งแรกที่ผมจะคิดถึงเลยคือของกิน ตูอยากกินอะไร พ่อแม่ตูยากกินอะไร จริงๆ ผมไม่ค่อยได้ถามหรอกว่า พ่อแม่อยากกินอะไรเพราะถามอะไรไปมันก็จะลงประมาณ... อะไรก็ได้ ทุกที เพราะงั้นมันเลยต้องสุ่มคับ คือเคยซื้ออะไรมาให้เขาแล้วเขากินได้แยะๆ เราก็ซื้อมาให้เขาอีก

 

อย่างพ่อ พูดแล้วเข็ดฟันอยากเล่าเรื่องผู้ชายคนนี้มาก พ่อผมเป็นคนที่ติดขนมหวานมากครับ โดยเฉพาะขนมไทย ผลไม้ มีเท่าไหร่ซัดเลียบไม่มีเบื่อด้วย ดังนั้นในตู้เย็นผมจะต้องซื้อผลไม้อะไรสักอย่างมาแช่ไว้ตลอด

พฤติกรรมการกินของพ่อถือเป็นแรงกระตุ้นอย่างหนึ่งที่ทำให้ผมยิ่งรู้สึกว่า อยากกินอะไรก็กินเหอะ ถ้ามันไม่ลำบากตัวเอง กินก่อนที่จะไม่ได้กิน อย่าคิดว่ากินอะไรก็ได้ หรือไม่กินหรอกเสียดายเงิน ปกติครอบครัวเรายังกินข้าวแบบชาวบ้านอยู่อะคับ สงสัยอะดิว่าเป็นไง คือ นึกภาพครอบครัวในชนบทที่จะมีถาดวางกับข้าววงกลมใหญ่ๆ ตั้งอยู่บนพื้นแล้วล้อมวงกินกันในครอบครัวอะคับ แบบนั้นแหละ แล้วกับข้าวในแต่ละครั้งจะมีมากที่สุด 3 อย่าง แต่จะมีอาหารบังคับอยู่อย่างหนึ่งที่ทุกมือต้องมี สิ่งนั้นก็คือ

 

แจ่ว คับ - -+

 

เมื่อตัดไปอย่างหนึ่งก็เหลือ 2 อย่าง จะเป็นต้มหรือทอดอะไรก็ช่างเถอะ อันนี้คือเบสิกแล้ว ถ้าวันไหนมีหลายถือว่ามื้อนั้นพิเศษมากๆ ถือว่าเป็นผู้มีอันจะกินระดับปานกลางเลยทีเดียว

 

อะ สมมุติว่าวันนี้ แม่ทำต้มยำปลานิลที่พ่อไปหวานแหได้ ทำแล้วได้หม้อหนึ่งสำหรับกินกัน 3 คน แล้วก็ทอดไข่เจียวอีกจาน กับข้าววันนี้ ก็จะมีต้มยำปลา กับทอดไข่ พ่อก็จะกินต้มยำปลาแล้วจ้ำแจ่วไปด้วย ต้มยำปลาถือว่าเป็นอาหารที่ดีที่สุดของวันนี้ แต่พ่อจะไม่กินไข่เจียว เพราะพ่อถือว่ามันเป็นอาหารของลูกกับเมียเขา ไปแย้งกินไม่ได้กิน ยกเว้นว่าลูกกะเมียกินเหลือ เขาถึงจะยอมกินไข่เจียว วันนั้นลูกกับเมียเขาก็จะได้กินข้าวกับต้มยำปลา ไข่เจียว และแจ่ว ขณะที่เขาจะได้แค่ต้มยำปลา กับแจ่วสองอย่าง

 

งั้นสมมุติว่ามันนี้มีปลาทูทอด แจ่ว กับผักต้มที่ไปเด็ดมาจากท้ายสวนล่ะ วันนั้นถือว่าปลาทูทอดเป็นอาหารที่ดีที่สุดคับ พ่อจะไม่กินปลาทูเด็ดขาด ตามเสต็ปเดิมคือให้ลูกกะเมียกินอิ่มก่อน เขาก็จะจ้ำแจ่วของเขากินกับผักลวกไป

 

มันจะเป็นแบบนี้เสมอแหละครับ เป็นกฏตายตัวของพ่อไปเลยคือเขาจะไม่กินอาหารที่ดีที่สุดในมื้อนั้น จนกว่าจะแน่ใจว่าลูกกับเมียเขากินอิ่มแล้ว บางทีเหลือหัวปลาทู เขาก็เอาหัวปลาทูมาเคี้ยวกินเป็นแมวเลย บางทีเห็นแล้วมัน... บอกไม่ถูกอะไรว่ะ  บางวันผมก็จะแกล้งกินนิดหนึ่งแล้วก็อิ่ม เพื่อที่พ่อจะได้กินของดีๆ บ้างๆ (ชีวิตตูนี่มันดราม่าจริงๆ ถุ้ย)

 

เพราะงั้นตอนนี้เรามีกำลังพอจะซื้ออะไรดีๆ ให้เขากินได้แล้ว ต่อให้วันนี้กินปลาทูผมจะทอดปลาทูแม่งสิบตัวไปเลย เขาจะได้ไม่ต้องกลัวว่าลูกกะเมียจะกินไม่อิ่ม บางคนอาจสงสัยว่าผมเคยพูดกับพ่อไหมประมาณ 'พ่อกินเหอะ ไม่เป็นไรหรอก กินหน่อย อร่อยนะ มามะตักให้' ขอตอบว่าไม่เคยคับ แต่มันเหมือนรู้กันโดยไม่จำเป็นต้องพูดนะ ผมรู้สึกว่าตัวเองบกพร่องในการแสดงความรักกับพ่อแม่พอสมควร คือไม่รู้จะพูดไงดี ไม่ใช่ว่าเราจะไม่อยากแสดงความรักกับเขานะ แบบกอด หอมแก้ม อะไรงี้ แต่เพราะที่ผ่านมาเราไม่เคยทำแบบนี้กันเลยอะคับ จู่ๆ จะให้มาทำปุบปับ สำหรับผม... ยากคับ

 

ครั้งล่าสุดที่พ่อแสดงความรักกับผมในฐานะพ่อลูกนะ คือตอนที่ผมเรียน อนุปริญญาแล้วไปรับประกาศนียบัตรมันต้องใส่ชุดสำหรับเข้ารับด้วยไง ถึงจะอณุฯ ก็เถอะ ตอนที่ผมใส่ไอ้ชุดนี่เดินเข้ามาหาพ่อกับแม่ ตอนนั้นรู้สึกได้เลยว่าพ่อภูมิใจในตัวเรามาก เขาไม่พูดอะไรกับผมเลย ไม่แสดงความดีใจ ถ่ายรูปยังไม่อยากถ่ายเลย  แต่... เขาเดินเข้ามาลูบหัวเราทีหนึ่ง ซึ่งสำหรับผมแล้ว แค่นั้นพอแล้วแหละ พ่อไม่ต้องพูดอะไรเลย ความรู้สึกของเขามันกระแทกเข้าไปในอกเราแล้ว

 

ทุกวันนี้แม้ว่าตัวเองจะยังสร้างฐานะให้มั่นคงไม่ได้ ยังไม่มีอะไรเป็นของตัวเองเป็นชิ้นเป็นอันเลย แต่ผมก็ยังมีความสุขทุกครั้งที่ได้ถามพ่อกับแม่ว่า 'วันนี้อยากกินอะไร' (แล้วพวกเขาก็จะตอบเหมือนเดิมว่า.... อะไรก็ได้ - -")

 

เอ๋ เมื่อกี้เริ่มต้นผมเล่าเรื่องทุนกู้ยืมไม่ใช่เรอะ งั้นต่ออีกนิด เมื่อวานไปธนาคารเพื่อโอนเงินไปจ่าย กยศ. ธนาคารในตัวอำเภอมันก็จะมีแต่พนักงานหน้าเดิมอยู่อะคับ แล้วผมกับพนักงานธนาคารคนหนึ่งก็ถือว่าเจอหน้ากันบ่อยจน พอจะทักทายปราศัยกันได้แต่ไม่สนิทนัก เมื่อวานตอนที่ผมไปโอนเงินกะเขา เขาก็พูดขึ้นมาว่า

พนักงาน : พี่คับ (พูดขณะที่จัดการเรื่องโอนเงินให้)

จิ้ง : เหอ?

พนักงาน คือผมมีเรื่องอยากเสนอพี่หน่อยนะคับ ไม่ทราบว่าพี่สนใจทำประกันชีวิตหรือเปล่าครับ

จิ้ง : ประกันชีวิตเหรอ (สนใจดิ เพราะว่าแม่เคยมาเปรยๆ ว่าอยากทำประกันชีวิต)

พนักงาน ใช่ครับ ทางเราพิจารณาแล้วคิดว่าพี่มีคุณสมบัติที่เหมาะสมมากเลยครับ ทางพี่ๆ เขาเลยให้ผมลองมาเสนอพี่ก่อนเผือว่าพี่จะสนใจ มันเป็นประกันชีวิตโรคมะเร็งครับ คือมัน (เล่ารายละเอียดอะไรไม่รู้ฟังไม่ทัน)

จิ้ง : (สมองเริ่มทำงาน คือเคยมีคนเคยมาขายประกันชีวิตให้เหมือนกันนะ แต่ว่าพอพิจารณาไอ้ที่พนักงานมันพูดแล้ว.... )

 

เราคิดว่าพี่มีคุณสมบัติเหมาะสม.....

กับการทำประกันชีวิตโรคมะเร็งมาก....

 ....

 ...

 .

หือ? 0.0

 

หมายความว่าหน้าตาตูมันเหมือนคนเสี่ยงกับการเป็นโรคมะเร็งเรอะ? หรือผมคิดไปเองวะ

 

 

edit @ 7 Nov 2009 20:14:59 by แมลงตัวน้อยๆ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet