จะเล่านิทานเรื่องหนึ่งให้ฟัง
posted on 22 Oct 2009 23:26 by jing
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีสองสามีภรรยายากจนอาศัยอยู่ในกระท่อมหลังน้อย ทั้งคู่มีลูกชายหนึ่งคนแต่ด้วยความยากจนค่นแค้น วันหนึ่งสองสามีภรรยาก็ได้พูดคุยกันว่า คงไม่สามารถเลี้ยงดูลูกน้อยต่อไปได้ หากเลี้ยงต่อไปคงได้อดตายกันหมดแน่ ด้วยเหตุนี้สองสามีภรรยาจึงตกลงกันว่า จะเอาลูกชายไปปล่อยทิ้งไว้ในป่า
รุ่งเช้าผู้เป็นแม่ได้จัดแจงห่ออาหารคือข้าวที่บรรจุลงในกระบอกไม้ไผ่สองกระบอกให้กับลูกชาย พร้อมบอกลูกว่า จะพาไปเดินป่า เด็กชายดีใจมากโดยไม่เอะใจเลยว่าแท้ที่จริงพ่อกับแม่กำลังจะพาตัวเองไปปล่อยทิ้ง เมื่อพ่อแม่ลูกเดินทางมาถึงกลางป่าลึก ผู้เป็นพ่อกับแม่ก็บอกกับลูกชายว่า ให้รออยู่ที่นี่เดี๋ยวพ่อกับแม่จะกลับมา เด็กชายว่าง่ายยอมทำตาม นั่งรอพ่อกับแม่อยู่ใต้โค้นต้นไม้ใหญ่
ตั้งแต่สายจนกระทั่งตะวันใกล้ลับฟ้า พ่อกับแม่ก็ยังไม่กลับมา เด็กขายหยิบกระบอกไม้ไผ่ที่แม่ใส่ข้าวออกมากินจนหมด แล้วรอต่อไปก็ไม่มีวี่แววว่าพ่อแม่จะมา เด็กชายเริ่มขวัญเสีย ออกเดินตามหาพ่อแม่ ทั้งร้องไห้ ทั้งตะโกนเรียกหา แต่ไม่มีใครสักคน พ่อกับแม่ทิ้งเขาไปแล้วนั่นคือสิ่งที่เด็กชายรู้ ขณะที่หมดหวังที่จะได้กลับบ้าน ขณะนั้นเองก็ได้มีเศรษฐีผู้หนึ่งที่ออกมาล่าสัตว์ในป่า ได้มาพบกับเด็กชายพอดี เศรษฐีผู้นี้ไม่มีลูก เมื่อเห็นเด็กชายถูกทิ้งไว้จึงเกิดความสงสารและตัดสินใจพาเด็กชายกลับบ้านไปเลี้ยงดูในฐานะลูก
หลายปีผ่านไปเด็กชายตัวน้อยได้เติมโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ ได้เล่าเรียนอย่างดี ได้กินอยู่อย่างดีและมีพ่อที่รักเขา เด็กชายมักจะทำบุญมีจิตเมตตาต่อผู้คนเสมอ ไม่ว่าใครจะมาขอความช่วยเหลือก็จะให้ความช่วยเหลือทั้งเรื่องทรัพสินและอาหาร จนชื่อเสียงถูกกล่าวถึงไปทั้ง
ทางด้านสองสามีภรรยาที่บัดนี้แก่เฒ่ามากแล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถสร้างฐานะให้มั่นคงได้ นับวันก็ยิ่งจะมีแต่โรคภัยมารุมเร้าเรื่อยๆ เมื่อได้ยินข่าวว่ามีเศรษฐีหนุ่มใจดี บริจาคทานช่วยเหลือคนยากจน สองสามีภรรยาก็ได้ตั้งใจที่จะเดินทางไปหาเศรษฐีผู้นี้เพื่อของความช่วยเหลือ หลังจากเก็บรวมรวบอาหารเพียงน้อยนิดในการเดินทางสองสามีภรรยาก็ออกเดินทาง แต่ก่อนจะถึงบ้านของเศรษฐี สองสามีภรรยาจะต้องข้ามแม่น้ำสายหนึ่ง วันนั้นใครๆ ก็ต่างไปขอความช่วยเหลือจากเศรษฐีหนุ่ม ทำให้ไม่มีเรื่อข้ามฟากไป สองสามีภรรยาพยายามขอเช่าเรือจากชาวบ้านแถวนั้น จนในที่สุดก็ได้เรือผุกๆ รั่วๆ ลำหนึงมา
ทั้งสองผายเรือลำนั้นข้ามไปถึงบ้านของเศรษฐีสำเร็จ หลังจากรอคอยที่จะได้พบเศรษฐีใจบุญ ในที่สุดสองสามีภรรยาก็ได้พบกับเศรษฐีหนุ่มผู้นั้นจนได้
แค่เพียงได้เห็นเศรษฐีหนุ่มผู้นั้น สองสามีภรรยาก็จำได้ทันทีว่านั่นคือลูกชายของตัวเองทั้งสองดีใจมาก ยิ่งเมื่อรู้ว่าลูกชายก็จำตนเองได้สองสามีภรรยาก็แทบจะวิ่งเข้าไปกอดลูกชายทันที แต่เพราะความโกรธที่พ่อแม่ทิ้งตนเองไป ทำให้ผู้เป็นลูกชายไม่ยอมรับพ่อกับแม่ ซ้ำยังต่อว่ารุนแรง จนสองสามีภรรยาได้แต่ร้องไห้เพราะไม่มีข้อแก้ตัวใดๆ กับความผิดของตนเอง
ลูกชายหายเข้าไปในบ้านพักหนึ่งก่อนที่จะกลับออกมาพร้อมกระบอกไม้ไผ่สองกระบอก พร้อมกับบอกพ่อกับแม่ที่แก่ชราว่า ตอนที่พ่อกับแม่ทิ้งเขาไปได้ทิ้งข้าวที่อัดไว้ในกระบอกไม้ไผ่ไว้ให้แค่สองกระบอก งั้นตอนนี้เขาก็จะขอคืนกระบอกไม้ไผ่แบบเดียวกันคืนให้พ่อแม่ แล้วอย่ามายุ่งเกี่ยวกันอีก
สองสามีภรรยาเสียใจเป็นอย่างมากที่ลูกชายปฏิเสธตนเองแต่ก็ยอมหันหลังกลับไปแต่โดยดี เมื่อพายเรือนข้ามฟากกลับมาได้ครึ่งทางผู้เป็นแม่ก็เกิดหิวขึ้นมา จึงได้เปิดกระบอกไม้ไผ่ที่ลูกชายได้ให้มาเพื่อกินอาหาร แต่พอกระบอกไม้ไผ่ถูกเปิดออก ปรากฏว่าในนั้นกลับเต็มไปด้วยทองคำที่อัดอยู่จนเต็ม สองสามีภรรยาจึงรู้ว่าแท้ที่จริงลูกยังรักพวกเขาอยู่ จึงตัดสินใจที่จะวกเรือกลับไปที่บ้านเศรษฐีอีกครั้ง
ขณะที่ทั้งสองพายเรือกลับไปด้วยความยินดี จู่ๆ ฝนก็ตกลงมาอย่างหนักหน่วงเรือที่มีรอยรั่วและรอยผุอยู่แล้วจึงมีน้ำไหล่เข้ามาอย่างรวดเร็ว แม้สองสามีภรรยาจะช่วยกันตักน้ำออกแต่สุดท้ายก็ไปอาจพายเรือไปถึงฝั่งได้ เรือของทั้งสองล่มลงกลางแม่น้ำและทำให้ทั้งคู่จมน้ำตาย
ทางด้านลูกชายเมื่อรู้ว่าเรือของพ่อกับแม่จมกลางแม่น้ำและทั้งคู่เสียชีวิตแล้ว ก็โทษว่าต้นเหตุที่ทำให้พ่อกับแม่ต้องตายเป็นเพราะตัวเอง ลูกชายเสียใจเป็นอย่างมากจึงวิ่งไปที่ชาลาและกระโดดลงไปในแม่น้ำ เพื่อฆ่าตัวตายตามพ่อกับแม่ของเขาไป
นิทานเรื่องนี้จึงจบลงประการฉะนี้แล....
ส่วนนิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่าอะไร ปมว่าแต่ละคนได้คำตอบไม่เหมือนกันแน่ๆ
edit @ 23 Oct 2009 00:35:30 by แมลงตัวน้อยๆ
#1 By เมกุมิ on 2009-10-23 00:14