เอนทรี่ขี้บ่น ของนัก(อยาก)เขียน ภาค 2
posted on 08 May 2009 21:43 by jingถ้ามีคนพูดว่า
"เฮ้ยู เราอ่านนิยายของยูแล้วนะ เราประทับใจมากเลย ยูเขียนได้ดีมาก"
เป็นเราก็คงจะตอบว่า
"ขอบคุณที่ยูอ่านหนังสือของไอ ไอดีใจมากที่ยูชอบ แล้วไอจะพยายามเขียนผลงานดีๆ ออกมาอีก"
แล้วถ้าเกิดมีคนมาพูดว่า
"ยูคิดว่ายูเขียนนิยายเก่งไหม?"
ก็คงจะไม่มีใครมั่นขนาดตอบไปว่า (แต่ก็ไม่แน่นะ)"แน่นอน ไอนะเขียนนิยายเก่งอยู่แล้ว" หรอกใช่ไหมล่ะ
มันสืบเนื่องมาจากไม่นานมานี้ได้มีข้อสงสัยจากนักเขียนรุ่นน้องคนหนึ่งที่ได้พูดคุยกันด้วยหัวข้อหนึ่ง ที่ทำให้เรารู้สึกไม่ค่อยสบายใจนัก เมื่อมองย้อนกลับมาที่ตัวเอง หัวข้อนั้นก็คือ ทัศนคติของนักเขียนที่มีต่อนักเขียนด้วยกันเอง
กล่าวไปแล้ว แม้ข้าพเจ้าจะได้มีโอกาสพบปะเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่เป็นทั้งนักเขียนอาชีพ และนักอยากเขียนแล้ว แต่ก็ถือว่ามีไม่กี่ท่านที่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัวถึงขั้นสนิทสนม หลายท่านเขียนนิยายคนละแนวกัน เวลาคุยกันเกี่ยวกับนิยายเราก็คุยกันในเรื่องที่เราสามารถแชร์ความคิดความรู้สึกกันได้
อย่างในเอนทรีก่อนๆ เกี่ยวกับทัศคติของลูกพี่ลูกน้องข้าพเจ้าที่มีต่อตัวข้าพเจ้าว่าเป็นแค่ 'นักเขียนนิยายลามก' อันนั้นข้าพเจ้าก็ไม่รู้จะกล่าวอย่างไรดี เพราะชีเองก็ไม่เคยอ่านนิยายของข้าพเจ้า ดังนั้นข้าพเจ้าจึงไม่รู้ว่าไอ้ 'ลามก' ของชีนั้นเป็นอย่างไร แต่ถ้าในฐานะที่เป็นนักเขียน อ่านผลงานของนักเขียนด้วยกัน แล้วเราตัดสินเขาอย่างไร เขาเขียนนิยายลามก น้ำเน่า บราๆ หรือเปล่า
หากพูดในฐานะนัก(อยาก)เขียน
ถ้ามีคนมาบอกว่า ข้าพเจ้าเขียนนิยายน้ำเน่า นิยายลามก พล็อตโหล ก็คงจะเสียกำลังใจไปจนเสียเซ้วเหมือนกัน (เขาเรียกงี้หรือเปล่า) เพราะนักเขียนที่สร้างผลงานขึ้นมาข้าพเจ้าคิดว่าเขาก็ต้องรู้สึกว่างานของเขามีอะไรดีมากกว่านั้นอยู่แล้ว (เพียงแต่บางทีคนอ่านอ่านแล้วอาจจะรู้สึก อ่านแล้วอาจไม่รู้สึก ก็แล้วแต่ตัวบุคคล) ซึ่งข้าพเจ้าเองก็ยอมรับว่าเขียนนิยายน้ำเน่าเหมือนกัน แต่ถ้ามีคนอ่านแล้วเขาชอบ อ่านแล้วเขาสนุก อ่านแล้วแค่มีคนมากระซิบว่า
"ไอชอบเรื่องนี้ ไอชอบตอนที่.... มันทำให้ไอรู้สึก...." แค่นี้แหละเราก็ภูมิใจ และเขียนต่อไปโดยไม่สนหรอกว่า นิยายมันจะเน่าจะโหล แค่ไหน
ถ้าพูดในฐานะนักอ่าน
แน่นอนว่าอะไรที่มีมากเกินพอดี เราจะรู้สึกเบื่อหน่ายเป็นธรรมดา สำหรับข้าพเจ้าเวลาที่เลือกอ่านนิยายสักเรื่องข้าพเจ้าไม่สนหรอกว่ามันจะลามก มันจะน้ำเน่า หรือใครจะเขียน ถ้าข้าพเจ้าอ่านแล้ว สนุก ทำให้ข้าพเจ้าประทับใจได้ ข้าพเจ้าก็ชอบและจะยอมเสียเงินซื้อแน่นอน.... ก็มันสนุก จะอ่าน ใครจะทำไม!! (แต่ส่วนใหญ่นิยายที่เลือกอ่านก็เป็นนิยายที่ศึกษาหาข้อมูลมาแล้วจริงๆ ไม่ใช่หยิบมาจ่ายเงินแล้วไปรอแจ็คพอร์ทว่าชอบไหม)
ตัวข้าพเจ้าเองแม้จะเขียนนิยายออกมาหลายเรื่องหลายแนว จนมีคนชมว่าเก่งนะเขียนได้หลายแนว แต่ตัวข้าพเจ้าเองแม้จะเขียนได้หลายแนว แต่ไม่ใช่จะสนุก หรือดีไปซะทุกเรื่องหรอก มีหลายเรื่องที่ไม่ค่อยจะมีคนอ่านเลยก็มี (เพราะฉะนั้นอย่าคาดหวังเลย)
เพราะเคยเจอกรณีเวลาที่มีนักอ่านไม่ประทับใจกับผลงานบางเรื่อง แล้วบอกเราว่า
"ไออ่านนิยายยูทุกเรื่อง แต่ทำไมเรื่องนี้ยูเขียนแบบนี้(แบบไหนไม่รู้ แต่น่าจะเป็น แบบว่าไม่ถูกใจนะแหละ) ไอผิดหวังจริงๆ ต่อไปไอจะไม่อ่านนิยายยูอีกต่อไปแล้ว!"
ไอ เอ๊ย ข้าพเจ้าก็จนปัญญาไม่รู้จะช่วยเหลือยังไงดีเหมือนกัน แต่ก็รู้ว่าคนอ่านไม่ผิดหรอก (คิดในแง่ดีๆ ก็เราเขียนทะลวงหัวใจให้เขาเกลียดขนาดนั้นได้เชียวนะ แฮะๆๆ) ก็ได้แค่คิดว่า ถ้ามีเสียงหนึ่งบอกว่าไม่ชอบ น่าจะมีอีกเสียงหนึ่งที่ชอบ (แม้ว่าเราจะไม่ได้ยิน) และถ้ามีคนชอบ ก็ต้องมีคนไม่ชอบเป็นของธรรมดา
สมัยที่เขียนนิยายในเน็ตแรกๆ เคยมีคนบอกว่า ข้าพเจ้าน่าจะกระทำการบางอย่างเพื่อเชิญชวนคนอ่านมาอ่านนิยายแยะๆ เช่น 'คอมเม้นไม่ถึง1000 ไม่up' หรือเขียนว่า 'เข้ามาแล้วก็ช่วยกันเม้นต์หน่อยนะไม่งั้นไม่เขียนต่อ' ซึ่งก็เป็นวิธีที่ยังเห็นนักเขียนออนไลน์ทำกันอยู่ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อะไร แต่ในความคิดเห็นส่วนตัว ข้าพเจ้าอยากอ่านคอมเม้นท์ของคนอ่าน ที่เขาอ่านแล้ว เขารู้สึกอยากเม้นท์จริงๆ อยากแสดงความคิดเห็นต่อเรื่องราวนั้นๆ จากความคิด จากหัวใจลึกๆ ถึงในใส้ติ่งของเขา ดังนั้น หากข้าพเจ้าบอกว่า จะไม่up นิยายถ้าเม้นท์น้อย หรือ ใครมาอ่านแล้วเม้นท์ให้ที แล้วมีคนเม้นท์ให้ มันก็จะเหมือนมีเสียงหนึ่งกระซิบข้างๆ หูว่า
"เขาเม้นท์เพราะเราขอ(หรือบังคับ) เขาไม่ได้เม้นท์เพราะอยากเม้นท์" ดังนั้นเม้นท์มันก็จะออกมาประมาณ
สู้ๆ นะคะ, มาเม้นท์คะ, upเร็วๆนะ, เม้นท์ให้แล้ว
ซึ่ง.... (ละไว้ในความหมายที่เข้าใจกัน......)
อยากให้เรื่องที่อ่านมีเม้นท์แยะๆ ข้าพเจ้าก็อยากให้เป็นแบบนั้น อยากให้มีวิวแยะๆ ข้าพเจ้าก็อยากได้แบบนั้นเช่นกัน แต่เหนือสิ่งอื่นใด อยากให้คนที่เข้ามาอ่านเก็บความประทับใจกลับไปด้วย แล้วเขากลับมาอ่านอีกครั้งเพราะความประทับใจนี้
เมื่อก่อน(ทำไมเรามีเมื่อก่อนหลายเมื่อจัง) นิยายที่ตัดสินใจเขียนฉากอีโรติกลงไปเรื่องแรก เกิดขึ้นเพราะอารมณ์ชั่ววาบ (วาบเลยเหรอ?) คือเพราะไปอ่านนิยายแนวอิโรติกเป็นครั้งแรกแล้วเกิดความคิดที่ว่า
"โด่ ฉันทำได้ดีกว่านี้อีก" (หมายถึงฉันหื่นได้กว่านี้อีก555+)
ก็เลยเอามาเขียนเล่นๆ ปรากฏว่า เอ่อ หื่นกว่าเขาได้จริงๆ ก็เลยสนุกแบบชั่ววาบ แต่พอไปๆ มาๆ มันเกิดคำถามว่า
"ตูทำได้ดีที่สุดแค่นี้เองเหรอ? ถ้าเราไม่เขียนอย่างว่าจะไม่มีคนอ่านจริงๆ หรือ?"
แล้วคำตอบแบบ(เข้าข้างตัวเองก็กระซิบว่า) ไม่จริงหรอก ต่อให้ไม่มีฉากอย่างว่า เราก็เขียนให้คนชอบได้ ทำให้เขาเห็นเซ่ ว่าแกมีดีกว่าน๊านนนนนน!!!
เขียนฉากอิโรติกผิดหรือไงว้ะ!?
ไม่ผิดหรอก สำหรับใครที่อยากเขียน ข้าพเจ้าไม่เคยคิดต่อต้านการเขียนฉากอิโรติก เพราะสำหรับข้าพเจ้าอิโรติกกับเซ็กซ์สตอรี่มันต่างกัน ข้าพเจ้ายังคงชอบฉากเลิฟซีนอันมีบทบรรยายที่สวยงาม ไหลลื่นทางภาษา ตัวอย่างเช่นผลงานนิยายแปลของเกษวดี(ย้ำว่าต้องรุ่นเก่าๆ ด้วย) ที่เป็นต้นแบบการบรรยายนิยายอิโรติกที่ข้าพเจ้าชื่นชอบมาก ยกเว้น นิยายแปลรุ่นหลังๆ ขอเกษวดีที่ข้าพเจ้าเปลี่ยนใจเรียกว่าเซ็กซ์สตอรี่ เพราะมันหาความสวยงามไม่ได้เลยนอกจากความพิศดาลและพาดโผนของเซ็กซ์
พูดถึงเรื่องนี้แล้ว ก็ขอพูดเรื่องตัวเองต่ออีกนิดก็แล้วกัน
มันเป็นช่วงหนึ่งที่ข้าพเจ้านั่งคิดกับตัวเองว่า จะมีโอกาสได้เขียนนิยายแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน
ถ้าต่อไปไม่มีใครอยากได้นิยายไปพิมพ์จะทำยังไง
ก็เลยได้คำตอบว่า
ถ้าตอบแบบจริงใจ หน้าด้านๆ ก็คงจะบอกว่า
ทุกวันนี้ แรงผลักดันจากเงินค่าต้นฉบับเป็นสิ่งยั่วยวนให้เขียนนิยาย (เพราะอยากได้เงินไง)
แล้วถ้าวันหนึ่งไม่มีเงินตอบกลับมาจะเขียนไหม
มันเลยมาจบที่คำตอบว่า
แรกเริ่มเราไม่เคยคิดว่านิยายเราจะมันจะกลายไปเป็นเล่มให้คนทั้งประเทศอ่านหรอก แต่เขียนเพราะสิ่งที่มันค้างคาในหัวใจ ในความคิด อยากเขียนอยากระบายออกมา แค่ 'อยากเขียน' เท่านั้นไม่ได้มีเหตุผลอื่น พอเขียนแล้วมีคนชอบ มีคนมาอ่าน ยิ่งเป็นกำลังใจให้เขียนต่อไป ไม่ย่อท้อ แม้รู้ว่าเขียนไปแล้วไม่ได้เงิน แต่ก็ไม่เป็นไรเพราะยังมีคนอ่าน มีคอมเม้นท์ให้วันละ สองสามคอมเม้นท์มันแต่นี้มันก็สุขใจแล้ว
มีนิยายเรื่องหนึ่งที่เขียนอยู่ตอนนี้ เรทติ่ง ถ้าเทียบกับเรื่องอื่นๆ ก็ถือว่าเน่าสนิท ไม่ได้เกิดหรอกชาตินี้ แต่เป็นนิยายที่เราตั้งใจเขียน ได้เขียนในแบบตัวของตัวเอง มีความสุขทุกๆ ตัวอักษรที่ได้พิมพ์ลงไปเป็นเรื่องเป็นราว มีเด็กหญิง(???) คนหนึ่งแวะมาอ่านเสมอ ทิ้งคอมเม้นท์ไว้ให้เสมอ แค่เม้นท์เดียว แต่นั้นคือกำลังใจที่เต็มเติมจนหัวใจล้นปรี่ มีความสุขทุกครั้งเวลาที่ได้ลงนิยายเรื่องนั้น แล้วกระหยิ่มยิ้มย่องว่า
"เค้าอ่านตอนนี้แล้วเขาจะชอบไหมน๊า อิอิอิ ^_________^"
พอเขาอ่าน เขาชอบ ก็จะกรี๊ดดดดด หาเวลาปั่นตอนต่อไปเร็วๆ ชะเอ้งเอย
ดังนั้นถ้าวันหน้า เกิดเขียนนิยายแล้วขายไม่ออกจริงๆ ไม่มีใครเอา ก็คงจะยังเขียนนิยายต่อไป
เงินเป็นเสมือนใบเปิดทางสำหรับข้าพเจ้า เปิดทางยังไง เปิดทางตรงที่ เพราะเขียนนิยายแล้วได้เงิน ครอบครัวถึงยังยอมให้เขียนนิยาย เมื่อก่อนข้าพเจ้าจะถูกคำพูดโจมตีเสมอว่าทำเรื่องไร้สาระ เพ้อเจ้อ ไม่มีประโยชน์ ทำไปทำไม พ่อแม่ไม่รวยขนาดทำให้เราเกิดมา ส่งเสียเรียน แล้วให้มานั่งเขียนนิยายไปวันๆ นะ โน้น ออกไปทำมาหากินโน้นไป
ดังนั้นพอมีเม็ดเงินตอบแทนกลับมาถึงได้ยังเขียนนิยายได้ ถ้าต่อไปไม่มีเงิน ก็เขียนได้เหมือนกัน แต่คงต้องหลบๆ ซ่อนๆ เขียน เพราะไม่อยากได้ยินใครมาว่าสิ่งที่เราชอบว่าไร้สาระหรือไม่ดี
เคยลืมตัวไหมพอนิยายได้พิมพ์
อาการลืมตัวเป็นยังไง?
คิดว่าตัวเองแน่ คิดว่านิยายตัวเองเริ่ดที่สุด เรื่องอื่นสู้ไม่ได้ คิดว่า'ใครๆ' ต้องมาง้อ คิดว่าตัวเองพิเศษ
เคยเป็นสิ ข้าพเจ้าก็เคยเป็น ส่วนหนึ่งก็คงเป็นเพราะ เราไม่เคยมีสิ่งเหล่านั้น พอมี มันเลยกลายเป็นความหลงลืมไปแบบโง่ๆ โง่ที่ไม่รู้ว่ายังมีอะไรอีกมากมายที่เรายังไม่รู้ยังไม่เห็น เหนือฟ้า มันยังมีฟ้าเสมอ
เราเองก็เป็นคนที่มีความบกพร่องอยู่มากมาย ไม่ใช่คนที่สามารถพูดหรือสอนใครได้ ไม่ได้มีสติปัญญาสูงส่งอะไร สิ่งที่เราคิดเราสื่อสารออกไป อาจเป็นความเข้าใจผิดๆ ที่ต้องการ ผู้คน เหตุการณ์รอบตัวมาชี้แนะนำทาง
ตั้งความหวังสูงสุดอะไรไว้กับชีวิต?
เคยเป็นคำถามที่ได้ยินอาจารย์ท่านหนึ่งถามนักเรียนอย่างประชดประชัด
ข้าพเจ้าตอนนี้หากพูดถึงอนาคตกับการเขียนนิยาย ก็ยังไม่เห็นอะไรที่แน่นอนกับชีวิตเลยแม้แต่น้อย ถ้าเป็นไปได้ก็อยากเขียนนิยายไปเรื่อยๆ เขียนแบบมีความสุข คือ
ไม่ต้องการเขียนเพราะ มีคนชอบแนวนี้แยะเขียนซะ เห็นคนนั้นเขาทำแบบนั้นไหม ทำแบบเขาซะ ทุกวันนี้ก็ยังมีเสียงกระซิบๆ ข้างๆ ตัวว่า ถ้าทำแบบนั้นก็ได้ดีไปแล้ว เห็นคนอื่นเขาไหม ทำไมทำไม่ได้เหมือนเขา ทำไมทำได้แค่นี้!!
เพราะทุกครั้งที่เป็นแบบนี้จะทุกข์ใจ บางทีก็มีคนไม่เข้าใจเรา 'แค่การเขียนนิยายทำไมต้องซีเรียสขนาดนั้น'
สำหรับเรามันไม่ใช่ 'ก็แค่' เรา 'ก็แค่' กับมันไม่ได้!! แล้วเราก็ไม่ใช่พวกตี๊สแตก เพียงแต่สำหรับตัวเรามันละเอียดอ่อนนะ ไม่ใช่แค่กับนักเขียนหรอก กับใครก็เป็นทั้งนั้น ลองถามเรื่องไหนสำคัญที่สุดสำหรับตัวเองดูสิ แล้วเกิดมีใครมาเยาะว่า 'กะแค่เรื่องแค่นี้' จะรู้สึกยังไง
บ่นมายาวเลย ก็อย่างว่าน่า ตัวข้าพเจ้าที่กล่าวไปมากมาย ไม่ใช่คนที่ถูกที่สุดในหลายๆ คนมีแนวทางความเชื่อ สิ่งที่ยึดมั่นต่างกัน และเมื่อเขาเชื่อมั้นเช่นนั้น สำหรับเขามันคือความถูกต้อง ข้าพเจ้าก็แค่เชื่อในแนวทางแนวทางอีกแบบหนึ่งเท่านั้น
รู้สึกว่าหัวข้อเริ่มต้นกับลงท้ายมันจะคนละเรื่องนะ
edit @ 9 May 2009 01:04:38 by จิ้ง
edit @ 9 May 2009 13:32:45 by จิ้ง
555+

ถ้าถามความรู้ว่าอยากให้คนมาเม้นท์มั้ยมาวิวเยอะๆมั้ยนั่นละใช่ อยากแน่นอน
แต่ผมเห็นด้วยกับคุณนะ
ตรงที่ถ้าคนอ่านอยากเม้นท์เค้าจะเม้นท์เอง
เพราะสุดท้ายแล้ว
ถ้าเราเป็นฝ่ายขอให้คนอ่านเม้นท์มันก็จะเป็นอย่างที่คุณว่า
แต่ก็มีบ้างที่เคยแอบบ่น 55+
ประมาณว่าตัดพ้อน้อยใจให้รีดเดอร์ฟัง
แต่ก็เหมือนเดิมละครับ
ไม่มีอะไรเปลี่ยน เม้นท์ที่กลับมาก็จะเป็นอย่างที่คุณว่า่
เอาเป็นว่า
นัก(อยาก)เขียนอย่างเราๆก็ต้องสู้กันไปเนอะ
ส่วนตัวผมนะ
แค่ผมเขียนอะไรอยู่ในทุกวันนี้แล้วมีคนตามอ่านแค่เพียงคนเดียวก็พอใจแล้วละครับ
ปอลิง.ยาวไปหน่อยขออภัย อ่านจบแล้วมันพลุ่งพล่าน 55+
#1 By 49576 on 2009-05-08 23:58