สาวน้อย
posted on 21 Jan 2008 01:35 by jingสาวน้อย
ข้างบ้านผมมีเด็กตัวเล็กๆ คนหนึ่งชื่อน้อง จุ๋ม (นามสมมุติ) น้องจุ๋มเป็นเด็กผู้หญิงตัวเล็กน่ารักอายุสี่ขวบ แกเป็นเด็กร่าเริง ช่างพูดช่างสงสัยและค่อนข้างจะมีพัฒนาการทางความคิดเร็วกว่าเด็กๆ อายุรุ่นเดียวกัน แม้บางครั้งความฉลาดของแกจะเป็นความฉลาดแบบแกมโกงก็ตาม แต่ก็ต้องยอมรับว่าแกเป็นเด็กที่ฉลาดเกินวัยจริงๆ
แม่ของน้องจุ๋ม เป็นรุ่นพี่ที่โรงเรียนเก่าของผม อายุมากกว่าผมสี่ปีและด้วยการเป็นเพื่อนบ้านกันมา จึงทำให้ผมและครอบครัวของแม่น้องจุ๋มสนิทสนมกันไปด้วย หลังจากที่เรียนจบปริญญาตรีแม่น้องจุ๋มได้แต่งงานกับสามีซึ่งเป็นนักศึกษาในรั้วมหาวิทยาลัยเดียวกัน และคงเป็นเรื่องปกติธรรมดาในชุมชน กับการที่พ่อแม่วัยหนุ่มสาวจะเข้าไปในทำงานในเมืองกรุง โดยให้ตายายเป็นคนเลี้ยงลูกๆ หลานๆ อยู่ที่บ้าน ส่วนตัวเองก็ส่งเงินมาให้เป็นรายเดือน
น้องจุ๋มอยู่กับคุณยาย ซึ่งเป็นเพื่อนกับแม่ของผมเอง ป้าดา (นามสมมุติ) ไม่ได้เลี้ยงดูน้องจุ๋มเพียงคนเดียว แต่ยังเลี้ยงดูหลานๆ อีกสองคน ซึ่งเป็นลูกของลูกชายคนกลางที่ฝากเลี้ยงไว้ ขณะที่พ่อของเด็กทั้งสองก็ไปทำงานขับแท็กซี่ที่เมืองกรุงเช่นกัน
คนแถวบ้านผมมักมีความคิดว่า ใครที่มีลูกๆ ไปทำงานเมืองกรุงส่งเงินมาให้ทุกเดือน ก็สบายแล้ว ดังนั้นผู้คนซึ่งส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำนา ล้วนแล้วแต่พยายามส่งให้ลูกหลานตัวเองไปทำงานหาเงินนอกบ้าน โดยให้เหตุผลเหมือนๆ กันว่าอยู่บ้านไม่มีงานทำ ทำนาก็ทำปีละครั้ง ลำพังแค่เงินค่าปุ๋ยก็เป็นหนี้เป็นสินเขามากพอแล้ว พ่อแม่ที่เลี้ยงลูก ก็หวังให้ลูกได้ออกไปหาเงินหาทอง สร้างอนาคตดีๆ ด้วยกันทั้งนั้น
แม้บางคนเข้าเมืองกรุงได้ทำงานดีๆ มีอนาคต แต่ความสำเร็จมันก็หาได้เกิดกับทุกคนแต่อย่างใด เพราะหลายต่อหลายคนกลับเป็นหนี้เป็นสิน แล้วกลับมาให้คนที่รออยู่บ้านนอกต้องรับภาระด้วยซ้ำ ตัวอย่างเช่นลูกชายของป้าดานี่แหละ เพราะอุปนิสัยชอบดื่มเหล้า ทะเลาะวิวาท และเที่ยวผู้หญิง ทำให้เขาไม่เคยเก็บเงินได้เลย มิหนำซ้ำยังต้องให้ทางบ้านคอยส่งเงินไปให้ ทั้งๆ ที่ตนเองได้ชื่อว่าเป็นคนไปอยู่เมืองใหญ่เพื่อหาเงินแท้ๆ
เมื่อเงินมีแต่จ่ายออก แล้วใครจะเป็นคนหาเข้า?
ป้าดาจึงต้องอาศัยเพียงเงินที่ลูกสาวและลูกเขยส่งมาให้ เพื่อเป็นค่าเลี้ยงดูลูกของพวกเขาเท่านั้น บางครั้งเงินเพียงพันสองพันที่โอนมาให้ในแต่ละเดือน ก็ไม่พอที่จะเลี้ยงดูสี่ชีวิตกับอีกหนึ่งชีพในเมืองกรุงที่มักจะโทรมาขอเงินผู้เป็นแม่เสมอ
"อีแม่จ๋า อีแม่มาหาน้องจุ๋มเร็วๆ เด้อ"
นั่นคือเสียงเล็กๆ ที่ผมมักจะได้ยินเสมอเวลาที่น้องจุ๋มคุยโทรศัพท์กับพ่อแม่
"อีพ่อจ๋า น้องจุ๋มคึดฮ้อดอีพ่อ อีพ่ออย่าลืมซื้อขนมมาฝากน้องจุ๋มเด้อ"
นั่นคือความคิดถึงของลูกที่พูดกับพ่อแม่ซึ่งอยู่ห่างไกล
เคยมีคนเข้ามาถามผมว่า
‘เคยคิดจะไปทำงานทำการที่มั่นคงกว่านี้ไหม? จะอยู่แบบนี้อีกนานไหม?'
ผมไม่เคยตอบคำถามนี้ได้เลยสักครั้ง
‘อยากแต่งงานไหม แต่งงานแล้วจะได้สบาย ช่วยกันทำมาหาเงิน'
ผมไม่เคยตอบคำถามนี้กับใครเลย
วันหนึ่งผมเห็นป้าดา พูดคุย หัวเราะด้วยความสบายอกสบายใจ ครั้นมองไปยังบ้านแกก็เห็นว่ามีข้าวของจากเมืองกรุงส่งมาให้แกหลายอย่าง ทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้า อาหารกระป๋อง ข้าวของต่างๆ มากมาย แกเลยพูดว่าลูกสาวโชคดีได้คนช่วยเหลือ ตอนนี้ไม่ลำบากอีกแล้ว ย้ายไปอยู่ภูเก็ตได้งานดีๆ ทำ แถมยังชักชวนเพื่อนบ้านคนอื่นๆ ให้ส่งลูกหลานลงไปทำงานด้วย
"ยายดาแกคงสบายแล้ว มีลูกสาวได้เป็นคุณนาย" ใครคนหนึ่งเปรยขึ้น
"หือ?" ผมทำมุ่นคิ้วแปลกใจ "ลูกเขยแกถูกหวยหรือ?"
"โอย อย่างไอ้แจ๊คน่ะหรือมันจะทำอะไรได้ นอกจากเป็นลูกน้องเขา"
"อ้าว ก็บอกว่าลูกสาวป้าได้เป็นคุณนาย ถ้าสามีเขาไม่รวยแล้วจะเป็นคุณนายได้ยังไง" ผมเถียง
"เป็นซะที่ไหน เอ็งไม่รู้หรือแม่อีจุ๋มมันเป็นเมียอาเสี่ยอยู่ที่กรุงเทพ ไม่งั้นมันจะมีเงินส่งมาบ้านเหรอ"
ผมอึ้ง
"แล้วสามีเขาล่ะ"
"ไอ้แจ๊คมันเป็นได้แค่ลูกจ้างเขาเท่านั้นแหละ"
"ไม่ใช่ๆ" ผมอธิบาย "ผมหมายถึง เขาไม่รู้หรือว่าเมียเขาไปเป็นเมียน้อยอาเสี่ย แล้วอาเสี่ยนั่นเขาไม่รู้หรือว่าผู้หญิงคนนี้มีสามีมีลูกแล้ว"
"มันไม่สนหรอก" ใครคนนั้นส่ายหน้า ทำเหมือนผมกำลังพูดอะไรประหลาดๆ "ผัวมันบอกแต่ว่า เมียมันจะไปทำอะไรก็ช่าง ขอแค่ช่วยกันทำมาหากินมีเงินมีทองใช้ก็พอ"
"อะไรนะ" ผมร้อง "ให้เมียตัวเองไปเป็นเมียน้อยคนอื่นเพื่อหาเงินนี่นะ จะบ้าหรือเปล่าแล้วลูกเขาล่ะ เด็กมันรู้เข้ามันจะคิดยังไง"
"เดี๋ยวนี้มันก็ต้องทำแบบนี้กันละเว้ย ถ้าไม่อยากอดๆ อยากๆ เดี๋ยวนี้แม่อีจุ๋มมันเลิกกับอาเสี่ยนี่แล้ว เห็นว่าไปอยู่กับคนใหม่ที่ภูเก็ต วันๆ ไม่ต้องทำอะไร นั่งๆ นอนๆ สบาย คนเราพอมีเงินมีทองจะทำอะไรคนเขาก็ไม่ด่าหรอก มีแต่คนเขานับหน้าถือตาด้วยซ้ำ ไอ้พวกที่ว่าไปทำงานมีเงินส่งเสียให้ทางบ้าน มันก็ไปเป็นเมียน้อยเมียเก็บเขาทั้งนั้นแหละว้า"
เอาสิ แม้แต่คนที่เขาไปตั้งใจทำงานหาเงินด้วยความสุจริตจริงๆ ก็ยังโดนเหมาว่าเป็นแบบเดียวกันไปด้วย คนเดี๋ยวนี้เขาเป็นอะไรกันไปหมดแล้วนี่ ผมได้แค่นั่งงงอยู่ตรงนั้น เดี๋ยวนี้ขอแค่หาเงินมาได้ พ่อแม่ก็ยินดีให้ลูกสาวไปอยู่กับผู้ชายไม่เลือกหน้าได้แล้วหรือ ขอแค่มีเงินแม้แต่ความถูกต้องมันก็ไม่สำคัญอีกแล้วใช่ไหม?
ผมมองข้ามกำแพงไปบ้านน้องจุ๋ม เห็นป้าดาให้น้องจุ๋มคุยโทรศัพท์กับแม่ด้วยรอยยิ้มย่อง เสียงเล็กๆ ซื่อๆ ยังคงพูดกับแม่อย่างกระตือรือร้นเหมือนเดิม
"อีแม่จ๋า น้องจุ๋มคึดฮอดอีแม่ อีแม่มาหาน้องจุ๋มเร็วๆ เด้อ"
"บอกแม่หาเงินมาแยะๆ ด้วย" เสียงป้ากระซิบบอก
"อีแม่ หาเงินมาให้น้องจุ๋มอีกหลายๆ เด้อ"
โอ้....อนาคตสาวน้อย